สาขาพืชผัก   มหาวิทยาลัยแม่โจ้

การปลูกไผ่เลี้ยงสร้างรายได้แบบยังยืนที่ จ.เพชรบูรณ์(9 ธ.ค. 2548)

คุณมานะ ใจยง ประธานกลุ่มผู้ปลูกไผ่เลี้ยง บ้านเลขที่ 141 หมู่ 2 ต.วังพิกุล อ.บึงสามพัน จ.เพชร บูรณ์ 67230 โทร. 0-7195-6804 เป็นเกษตรกรผู้นำการบุกเบิกการปลูกไผ่เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นจากการปลูกไผ่เลี้ยงอยู่ 6 สายพันธุ์ ด้วยการศึกษาและสังเกตลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการให้ผลผลิตของไผ่เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ได้ทำการคัดเลือกจนเหลือเพียง 3 สายพันธุ์ที่ให้หน่อขึ้นตรง ผลผลิตสูง และรสชาติ  ดี จึงได้ให้สมาชิกในกลุ่มฯขยายพื้นที่ปลูกจนถึงปัจจุบันนี้มีสมาชิกในกลุ่มฯจำนวน 24 คน มีพื้นที่ปลูกของกลุ่มฯ ประมาณ 350 ไร่ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำอาชีพเกษตร กรรมที่น่านำไปเป็นแบบอย่าง

ใช้หลักการตลาดนำหน้าการผลิตหน่อไม้ คุณมานะได้เล่าให้ฟังถึงการผลิตหน่อไม้ของกลุ่มฯจะเริ่มจากการใช้การตลาดเป็นตัวตั้ง รายได้หลักคือการขายหน่อไม้สด โดยจะเน้นให้ผลผลิตออกนอกฤดูคือ ช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนสิงหาคม ซึ่งในช่วงเวลานั้นหน่อไม้จากป่าออกสู่ตลาดน้อย ราคาขายหน่อไม้สดจากกลุ่มฯจะแพงที่สุดในช่วง 3 เดือนคือเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายนคือขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 25 บาท (ผลผลิตหน่อไม้จากกลุ่มฯจะส่งขายในตลาดประมาณวันละ 2,000-3,000 กิโลกรัม) เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนราคาจะตกต่ำลงเมื่อหน่อไม้จากป่าเข้าสู่ตลาดและราคาตกต่ำลงมาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-7 บาท คุณมานะบอกว่าทางกลุ่มฯจะไม่ขายเป็นหน่อไม้สด แต่จะนำมาแปรรูปเป็นหน่อไม้ต้มหรือดองเปรี้ยวซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้า อย่างกรณีของหน่อไม้ต้มจะขายได้ราคากิโลกรัมละ 20 บาท

สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกไผ่เลี้ยง ความจริงแล้วไผ่เลี้ยงปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิดแต่ชอบสภาพดินร่วนปนทรายมากที่สุด ไผ่เลี้ยงไม่ชอบสภาพน้ำขังแฉะ ถ้าจะผลิตหน่อไม้นอกฤดูจะต้องมีแหล่งน้ำเพื่อให้ได้ตลอดปี การเริ่มต้นปลูกไผ่เลี้ยงในสภาพพื้นที่เปล่าควรจะไถด้วยรถไถ 3 ผาล จำนวน 1 ครั้งและไถอีก 1 ครั้งด้วยรถไถผาล 7 ในพื้นที่ดอนควรจะมีการยกร่องปลูกแบบลูกฟูกเพื่อการระบายน้ำที่ดี ระยะปลูกระหว่างต้น 1.8 เมตร, ระยะระหว่างแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ประมาณ 230 กอ อย่าลืมหลังจากปลูกเสร็จควรจะมีไม้ดามเพื่อกันลมโยก ความจริงแล้วถ้ามีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์จะปลูกไผ่เลี้ยงได้ทุกฤดู (คู่มือการปลูกไผ่ครบวงจรมีแจกฟรี ติดต่อได้ที่ 0-1886-7398)

คุณมานะยังได้เปรียบเทียบรายได้จากการปลูกไผ่เลี้ยงเพื่อขายหน่อไม้เพียงอย่างเดียวในพื้นที่ปลูก 5 ไร่ มีรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อปีและใช้เพียงแรงงานในครัวเรือนเท่านั้น เกษตรกรจะขุดหน่อขายได้ทุกวันเฉลี่ยทั้งปีวันละ 500-600 บาท เป็นที่สังเกตว่าหน่อไม้ของกลุ่มฯนี้ได้ทำการคัดเลือกพันธุ์มีคุณสมบัติพิเศษคือ ต้มน้ำทิ้งเพียงครั้งเดียวก็นับว่า  รับประทานได้เลย ในขณะที่หน่อไม้ไผ่เลี้ยงที่อื่นจะต้องต้มทิ้งหลายน้ำ

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์