อาร์ติโชค พืชอาหารและเภสัช
ศักดา ศรีนิเวศน์
สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
E-mail; sakdasi@doae.go.th
 
          




อาร์ติโชค (Cynara scolymus)นิยมปลูกในหลายประเทศมีชื่อสามัญเรียกหลายภาษาเช่น ภาษาอังกฤษ เรียก “Globe artichoke”, และ ภาษาบราซิลเรียก alcachofra” เป็นต้น เป็นพันธุ์ไม้ในตระกูล (Family) Asteraceae , สกุล (Genus) Cynara ชนิด (Species) scolymusเป็นพืชที่มีคุณค่าทางยาสามารถบริโภคสดหรือปรุงเป็นอาหารหรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี นิยมบริโภคมานานกว่าศตวรรษแล้ว ทุกส่วนของต้นอาร์ติโชคสามารถนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งหมดมีรายงานการพบ สารไซนาริน ซึ่งเป็นสารสำคัญในอาร์ติโชค โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปเมื่อปี คศ. 1970 ในยุคโบราณ อาร์ติโชคเป็นอาหาร และยารักษาโรค ของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาร์ติโชคเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรมปัจจุบันปลูกเพื่อเป็นการค้าในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารเสริมแล้วยังมีสรรพคุณทางยาดังนี้
1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมันหรือครอเลสเตอร์ลอนในเลือดได้ดี ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้ดี ป้องกันสภาวะหลอดเลือดอุดตัน
3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟื้อ เรอเหม็นเปี้ยว มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ อันเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน (Jaundice) และโรคตับแข็ง(Cirrhosis)นอกจากนี้ ในประเทศบราซิล อาร์ติโชคจัดว่าเป็นยาสมุนไพรพื้นฐานหรือยาพื้นบ้าน ที่ใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของตับโดยเฉพาะ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวางเช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาส์


ลักษณะของอาร์ติโชค

ลำต้นมีความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1 - 2 เมตร ใบมีสีเขียว ดอกมีสีเขียวแกมม่วงดอกมีลักษณะเป็นหัวมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นคล้ายหัวกะหล่ำปลี ดูเผินๆ คล้ายดอกบัวหลวง มีอายุตั้งแต่ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 1 ปี


การเพาะปลูกอาร์ติโชค

1. ดิน ดินที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกอาร์ติโชคต้องเป็นดินที่อุ้มน้ำ และระบายน้ำได้ดีมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีอินทรีย์วัตถุไม่น้อยกว่า 5 – 7 % ในช่วงฤดูแล้งความชื้นในดินต้องไม่ต่ำกว่า 80% เพราะอาร์ติโชคเป็นพืชที่มีใบค่อนข้างใหญ่การคายน้ำของใบจึงสูง ในช่วงฤดูฝนหากน้ำในดินสูงเกินไปจะเป็นอันตรายต่ออาร์ติโชคที่มีอายุน้อยหรือต้นอ่อนอาร์ติโชคเป็นพืชชอบขึ้นในดินที่ค่อนข้างเป็นด่าง มีค่า pH อยู่ระหว่าง 6 – 6.5 ดังนั้นหากในพื้นที่ดินมีคุณสมบัติเป็นกรด เกษตรกรควรปรับลดความเป็นกรดของดินด้วยการใส่แคลปูนขาว และแคลเซี่ยมคลอไรด์ก่อนจึงค่อยปลูกอาร์ติโชค
2. ภูมิอากาศ ภูมิอากาศที่เหมะสมสำหรับการปลูกอาร์ติโชค ต้องมีอากาศเย็นตลอดปีอยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลไม่น้อยกว่า 1,200 เมตรอาร์ติโชค เป็นพืชที่ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด ราก ใบ ลำต้น และดอก จึงจะมีการเจริญเติบโตที่ดี สม่ำเสมอ และสะสมสารที่มีสรรพคุณทางยาได้มาก



เทคนิคการปลูกอาร์ติโชค
1. พันธุ์ พันธุ์อาร์ติโชคที่ใช้ปลูกแบ่งออกตามลักษณะการใช้บริโภค คือ
1.1 พันธุ์ที่นิยมบริโภคดอกเป็นหลัก ลำต้นมีลักษณะเตี้ย ทรงพุ่มมีขนาดเล็ก ระยะปลูกชิด ปลูกได้ปริมาณต้นมาก มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น
1.2 พันธุ์ที่บริโภคใบเป็นหลัก มีลักษณะลำต้นสูง ทรงพุ่มใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวที่ยาวนาน ใบมีขนาดใหญ่ ระยะปลูกห่าง เป็นพันธุ์ที่มีสารไซนารินในใบมากที่สุด
1.3 พันธุ์ที่บริโภคดอกและใบเป็นหลัก มีลักษณะความสูงของลำต้นขนาดกลาง ทรงพุ่มขนาดกลาง เป็นสายพันธุ์ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส ที่นิยมปลูกมีด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ A. 75 (ก่อนปี ค.ศ. 1975) A.80 (พันธุ์ลูกผสม ปี ค.ศ. 1980)และ A.85 (ปี ค.ศ. 1985) พันธุ์ A.85 เป็นสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะดีที่สุด ให้ผลผลิตสูง ดอกที่เก็บเกี่ยวสดสามารถเก็บไว้ได้นาน ทนทานต่อการขนส่ง แต่มีข้อเสีย คือ ไม่ค่อยต้านทานโรค และเพาะขยายพันธุ์ได้ยาก โดยทั่วไปเกษตรกรจะนิยมปลูกพันธุ์ที่บริโภคดอกมาก เพราะดอกของอาร์ติโชคพันธุ์นี้ มีคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยาสูงที่สุด

2. การขยายพันธุ์อาร์ติโชค
มี 3 วิธี คือ
2.1 การใช้เมล็ดปลูก ส่วนมาก เป็นพันธุ์ลูกผสม ระยะเพาะปลูกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนเมษายน โดยการคัดเลือกเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ออกด้วยการแช่น้ำ คัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออกทิ้ง หลังจากนั้นจึงคลุกด้วยสารเคมีที่ป้องกันเชื้อราและจึงหว่านเมล็ดลงในถาดเพาะหรือแปลงเพาะ ดินที่ใช้เพาะเมล็ดต้องผสมปุ๋ยหมักในอัตรา ดิน 3 ส่วน : ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน เมื่อเมล็ดงอกแล้วต้นมีขนาดสูงประมาณ 1 – 2 นิ้ว ให้ปุ๋ยน้ำฉีดพ่นต้นอ่อนเพื่อกระตุ้นให้เจริญเติบโต เร็วขึ้นโดยใช้ปุ๋ยสูตร 16 – 8 – 13 ต้องคอยหมั่นดูแลแมลงศัตรูพืช และควรใช้ตาข่ายคลุมแปลงเพาะเมล็ดด้วย
2.2 การใช้พันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะสามารถขยายพันธุ์ได้ในปริมาณที่มาก ลำต้นมีขนาดเท่าๆ กัน มีการเจริญเติบโตเท่ากัน ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้พร้อมๆ กัน แต่เป็นวิธียุ่งยากสำหรับเกษตรกรและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
2.3 การปลูกโดยใช้หน่อ เป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมใช้มาก แต่ต้องเลือกหน่อที่ดีสมบูรณ์มาทำพันธุ์ และนำหน่อที่ได้ชุบสารเคมีป้องกันเชื้อรา และหอยทาก (เป็นศัตรูที่สำคัญของอาร์ติโชค เมืองดาลัท) แปลงเพาะชำต้องใส่แคลเซียมคลอไรด์และคอบเปอร์ซัลเฟตคลุกเค้าผสมกับดิน แล้วจึงชำหน่อลงในแปลงเพาะชำกล้าที่มีขนาด 1.2 – 1.3 เมตร โดยการชำเป็นแถว 4 – 5 แถวต่อแปลง ระยะต้นห่างประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร หลังจากนั้นจึงใช้หญ้าหรือฟางแห้งคลุมแปลงเพาะชำและให้น้ำวันละ 2 เวลา หลังจากนั้น 7 – 10 วันจึงเอาหญ้าหรือฟางแห้งที่คลุมแปลงออก ใช้ปุ๋ยสูตร 16 – 8 – 13 ฉีดพ่น โดยในขณะคลุมแปลงฉีดพ่นประมาณ 2 ครั้ง อย่าใช้ปุ๋ยยูเรียมากเกินไป เพราะจะทำให้หน่อพันธุ์อวบอ้วนเกินไป อ่อนแอเป็นโรคง่าย หลังจากนั้นควรหมั่นตรวจสอบติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียอย่างสม่ำเสมอ และถอนหน่อกล้าพันธุ์ที่ตายหรือเป็นโรคออกจากแปลงไปทำลาย ระยะเวลาเพาะชำพันธุ์กล้าประมาณ 1 เดือน



3. การปลูก
ระยะที่เหมาะสมในการปลูก ช่วงเวลาแรก ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน มิถุนายนหรือ ช่วงที่สอง ประมาณเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนสิงหาคม
- การปลูกในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกอาร์ติโชค เพื่อนำใบมาใช้ประโยชน์ทางยา
- อย่าปลูกต้นกล้าอ่อนในช่วงฤดูฝนหรือปลูกในดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี เพราะจะทำให้อาร์ติโชคเป็นโรครากเน่า โคนเน่า
- ไม่ควรปลูกอาร์ติโชคหลังเดือนสิงหาคม

4. การเตรียมแปลงปลูกอาร์ติโชค
- ต้องเลือกพื้นที่ที่ดินอุ้มน้ำ และระบายน้ำได้ดี ดินที่ปลูกหากเป็นดินที่มีสีแดงหรือสีเหลืองจะดีมาก และควรปลูกอาร์ติโชคในแปลงที่มีการปลูกพืชหมุนเวียน เช่นปลูกผักต่าง ๆ ไม้ดอก และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
- ทำแปลงปลูกให้สะอาดด้วยการเก็บวัชพืชและเศษพืชออกจากแปลง
- ใส่ปูนขาวหรือปูนมารล์ และแคลเซี่ยมคลอไรด์ เพื่อปรับสภาพดิน
- ใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยฟอสเฟต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับต้นอาร์ติโชค
- ทำแปลงปลูกเป็นหลังเต่า ยกแปลงปลูกให้สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 20 - 25เซนติเมตร
- ทำร่องระบายน้ำ ระหว่างแปลงปลูกหรือแถวปลูกกว้างประมาณ 1 หรือ 2 เมตร
- ระยะปลูก ปลูกถี่ ระยะระหว่างต้น 65 – 70 เซนติเมตร ปลูกห่าง ระยะระหว่างต้นประมาณ 80 – 90 เซนติเมตร ก่อนปลูกควรแช่ต้นกล้าหรือหน่อพันธุ์กล้าในสารเคมีป้องกันและจำกัดเชื้อราประมาณ 5 นาที แล้วจึงปลูกตรงกลางแปลงที่ทำเป็นหลังเต่า หลังจากปลูกจึงคลุมด้วยหญ้าหรือฟาง ลดน้ำวันละ 2 ครั้งหลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเอาหญ้าหรือฟางออกจากแปลงปลูก
- หมั่นตรวจดูแปลงปลูก โดยหลังจากปลูกแล้ว 10 – 15 วัน ให้ปลูกซ่อมต้นที่ตาย
- การปลูกอาร์ติโชคไม่ควรปลูกเป็นพืชเดี่ยว เนื่องจากอาร์ติโชคเป็นพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนาน ควรปลูกอาร์ติโชครวมกับพืชผักชนิดอื่นๆ เช่น กล่ำปลี ผักกาดต่างๆ เป็นต้น



5. การดูแลรักษา
5.1. การให้ปุ๋ย

- ไม่ควรให้ปุ๋ยยูเรียมากเหมือนเช่นผักต่างๆ แนะนำให้ใช้ปุ๋ยที่ทำจากปลา หรือปุ๋ยกลุ่มคลอไรด์ (KCL)
- การให้ปุ๋ยยูเรียควรให้ในปริมาณพอสมควร (อย่ามากเกินไปเด็ดขาด) ในช่วงตั้งแต่ปลูกจนระยะออกดอกเท่านั้น หลังออกดอกแล้วไม่ต้องใส่
- ปุ๋ยฟอสเฟตดีสำหรับรากและดอกอาร์ติโชค ช่วยให้ต้นแข็งแรงไม่หักล้มได้ง่ายทนความแห้งแล้ง
- ปุ๋ยโปแตสเซี่ยมช่วยให้ได้ผลผลิตสูง- ปุ๋ยแคลเซี่ยมช่วยรักษาสมดุลของ pH ในดินและความคงทนของดอกอาร์ติโชคในการขนส่งอัตราส่วนปุ๋ยที่ใช้อาจปรับเปลี่ยนไปได้ตามสภาพของดิน ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดินความหนาแน่นของการปลูก หรืออาจใช้ปุ๋ยที่ทำมาจากปลาหรือปุ๋ยทางใบทั่วไปก็ได้ก็จะดีมาก

5.2. การดูแลให้น้ำ

ในช่วงฤดูแล้งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม ควรให้น้ำดังนี้
- น้ำที่ให้ต้องเป็นน้ำสะอาด
- ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคมเป็นช่วงที่อาร์ติโชคออกดอก มีความต้องการน้ำสูง ควรให้น้ำมากเป็นพิเศษหลังจากนั้นจึงลดปริมาณลง
- หลังจากหมดฤดูฝนแล้วควรขุดดินในร่องระบายน้ำขึ้นพูนโคนต้น อย่าขุดลึกเกินไปเพราะอาจไปกระทบรากได้
- เก็บใบที่เหี่ยวแห้ง หรือเน่าทิ้ง

5.3. โรคที่สำคัญของอาร์ติโชค
โรคใบจุด และวงแหวนสีน้ำตาล (Brow spot , ring spot) พบมากในช่วงอากาศร้อนและมีความชื้นสูง
การป้องกันและกำจัด ใช้หลายวิธีร่วมกัน คือ
- ใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรคสูงปลูก
- ทำแปลงปลูกยกให้สูง
- ปลูกโดยใช้ระยะปลูกที่ห่างมากขึ้น
- เก็บใบหรือต้นที่ตายออกเผาทำลาย
- ปรับการให้ปุ๋ยให้เหมาะสม
- ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัด เช่น สกอร์ 250 EC.หรือสารเคมีกลุ่มคาร์เบนคาซิม
- ในช่วงที่ฝนตกเป็นเวลายาวนาน และมีแสงแดดน้อยควรเพิ่มจำนวนครั้งของการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรามากขึ้น

โรคเน่าคอดินต้นกล้า
(Yong Plant Damping - Off desease) โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค เช่น ดินมีความชื้นสูงเกินไปหรือมีน้ำท่วมขัง
การป้องกันและกำจัด คือ
- คัดเลือกต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ปลูก
- แช่ต้นพันธุ์กล้าในสารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อราก่อนนำไปปลูกนาน 3 – 5 นาที
- ถอนต้นกล้าที่เน่าเสียออกไปทำลายใส่แคลเซี่ยมครอไรด์ (CaCL 2 ) และจุนสี (CuSo 4 ) เพื่อปรับปรุงดินก่อนปลูก
- เตรียมแปลงปลูกให้สะอาดหลังการเก็บเกี่ยว
- พ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา เช่น Rovral 50 wp หรือพวกกลุ่มเบ็นโนมิล

โรคเน่าเละ (Bacterial Softrot) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ลักษณะอาการที่พบคือ ลำต้นจะเน่าในขณะที่ใบยังเขียวเป็นปกติอยู่
การป้องกันและจำกัด
- ปลูกพืชผักชนิดอื่นๆ แซม อาร์ติโชค
- คัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีลักษณะแข็งแรงสมบูรณ์
- ขณะที่เคลื่อนย้ายต้นกล้าลงแปลงไม่ควรทำให้รากต้นกล้าเสียหาย
- ปลูกอาร์ติโชคในแปลงที่สูงระบายน้ำได้ดี
- ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อแบคทีเรียฉีดพ่น เช่น วาสิดาซิน

โรคใบบิดเกลียว , แคระแกรน (Twist leaf disease, stunting disease) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีแมลงเป็นพาหะนำโรค อาการที่สังเกตุเห็นได้ง่ายคือ ใบมีอาการบิดเกลียวและลำต้นแคระแกรนไม่เจริญเติบโต
การป้องกันและจำกัด
- จัดทำแปลงปลูกให้สะอาด
- ใช้พันธุ์ที่ปลอดโรค เช่น พันธุ์ปลอดโรคที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น
- ถอนทำลายต้นที่เป็นโรค
- ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหนะนำโรค ตามความเหมาะสม เช่น
ไซเปอร์เมทซิน แลนเนท 40 SP หรือ ทรีบอน 10 EC เป็นต้น


5.4.แมลงศัตรูที่สำคัญของอาร์ติโชค
หนอนกระทู้ (Army Worm) เป็นศัตรูที่สำคัญทำลายอาร์ติโชคในทุกระยะ
การป้องกันและจำกัด
- ไถและตากดินให้แห้งก่อนปลูก
- ใช้สารเคมีใส่ในดิน เช่น ไวบาซู 10 lt และ รีเจนท์ 0.36
- ใช้สารกำจัดแมลงฉีดพ่นบริเวณโคนต้น

เพลี้ยอ่อน (Aphid) เป็นแมลงดูดินน้ำเลี้ยงทำลายอาร์ติโชคทุกระยะ
การป้องกันและจำกัด
- ดูแลรักษาแปลงปลูกให้สะอาดนำเศษพืชผักที่ตกค้างในแปลงออกให้หมด
- ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเพลี้ยอ่อน

หนอนชอนใบ (Leafminer) ทำลายใบของอาร์ติโชคในทุกระยะ
การป้องกันและจำกัด
- ตัดทำลายใบอาร์ติโชคที่ถูกหนอนชอนใบทำลาย
- ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดหนอนชอนใบ


5.5. สัตว์ศัตรูที่สำคัญ
หอยทาก (Slug) หอยทากทำลายอาร์ติโชคโดยการกินใบ ต้น และราก ในขณะที่
ต้นอาร์ติโชคยังอ่อนอยู่
การป้องกันและจำกัด
- ใช้เหยื่อพิษสำหรับกำจัดหอยทาก



การเก็บเกี่ยวและการแปรรูปอาร์ติโชค
อาร์ติโชคเป็นพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวนับจากวันปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวยาวนาน ถึง 1 ปี โดยวไปใบอาร์ติโชคสามารถเก็บเกี่ยวตั้งแต่อายุ 90 วัน หรือ 3 เดือนขึ้นไป แล้วนำมาล้างให้สะอาด อบแห้งหรือตากแห้ง แล้วนำไปบริโภค
- ดอก เก็บเกี่ยวเพื่อนำมารับประทานสด หรือหั่น/สับเป็นชิ้นเล็กตากแห้งทำเป็นชา
- ลำต้น เมื่อตัดดอกแล้วนำลำต้นมาหั่น/สับแล้วตากแดดให้แห้งทำเป็นชา
- หน่อ เก็บหน่อ 2 – 3 หน่อ/ต้น เพื่อใช้ทำเป็นกล้าพันธุ์ โดยนำมาเพาะชำแล้วจึงนำไปปลูกต่อไป
- ราก หั่น/สับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตากแดดให้แห้งทำเป็นชาการเก็บผลิตภัณฑ์อาร์ติโชคที่แห้งแล้วควรเก็บในถุงตาข่ายในลอน เพื่อป้องกันความชื้น ซึ่งจะทำให้เกิดเชื้อราและเสียหายในประเทศเวียดนามส่วนใหญ่จะบริโภคอาร์ติโชคในรูปบริโภคสดและหั่นตากแห้งทำเป็นชาชงดื่ม มีจำหน่ายทั่วไป แหล่งปลูกอาร์ติโชคในประเทศเวียดนามมีแห่งเดียวที่ผลดีที่สุดคือ เมืองดาลัท จังหวัดลามดอง ซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร บริเวณเดียวกับประมาณจังหวัดตราดของประเทศ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส
อาร์ติโชค นอกจากจะปลูกในอเมริกาเหนือ/ใต้ ประเทศฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆในยุโรปแล้วประเทศอิสราเอลเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ปลูกมากและเป็นสินค้าในรูปอาหารเสริมบำรุงสุขภาพที่ทำรายไได้ให้กับประเทศอิสราเอลปีละไม่ใช่น้อยเลย
สำหรับประเทศไทยปัจจุบันอาร์ติโชคยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก ในอดีตเคยมีผู้นำมาทดลองปลูก แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ประกอบกับคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักอาร์ติโชค ในขณะที่อาร์ติโชคเป็นพืชที่ตลาดโลกมีความต้องการสูงมีราคาดี และประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ อันเนื่องมาจากกระแสของโลกในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคตระหนักถึงเรื่องคุณภาพชีวิตและอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาร์ติโชค จึงเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรไทย ที่อยู่บนดอยสูง น่าหันมาปลูกให้มากขึ้น หากพื้นที่เพาะปลูกมีความเหมาะสม


เอกสารอ้างอิง:
1.The Cultivation Technique of Dalat Artichoke /Vietnam
2.hhtp//www.diaghose-me.com/treal/T13/461.html
3.hhtp//www.rain-tree.com/artichoke.htm